Skip to content

Koenig & Bauer เปิดผลประกอบการแกร่ง พร้อมชู ‘IMPACT’ ปรับโฉม กลยุทธ์ธุรกิจสิ่งพิมพ์ รับมือโลกผันผวน

กลยุทธ์ธุรกิจสิ่งพิมพ์

ในยุคที่ตลาดมีความผันผวนสูง การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ Koenig & Bauer ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ชั้นนำระดับโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างผลประกอบการที่น่าประทับใจในปี 2025 พร้อมเปิดตัวแผนกลยุทธ์ใหม่ ‘IMPACT’ ที่มุ่งพลิกโฉมธุรกิจให้เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีแบบครบวงจร บทความนี้จะเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จและกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่เจ้าของแบรนด์ นักออกแบบ และผู้ประกอบการในวงการสิ่งพิมพ์ไม่ควรมองข้าม

ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทาย

Koenig & Bauer รายงานผลประกอบการปี 2025 ด้วยรายรับรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.3 พันล้านยูโร (จาก 1.27 พันล้านยูโรในปี 2024) ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง กำไรจากการดำเนินงาน (Operating EBIT) พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว แตะที่ 36.6 ล้านยูโร (จาก 15.3 ล้านยูโรในปี 2024) ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2.8% นอกจากนี้ บริษัทยังมีกระแสเงินสดอิสระที่เป็นบวกถึง 7.2 ล้านยูโร โดยได้รับการสนับสนุนจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้มาจากการมีส่วนร่วมของทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก:

  • กลุ่มระบบสิ่งพิมพ์แผ่นสำหรับกระดาษและบรรจุภัณฑ์ (Paper & Packaging Sheetfed Systems): มีรายรับ 741.5 ล้านยูโร และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 25.0 ล้านยูโร โดยยอดคำสั่งซื้อยังคงที่ที่ 704.0 ล้านยูโร หลังจากปีที่ผ่านมามียอดที่แข็งแกร่ง
  • กลุ่มเทคโนโลยีเฉพาะทางและนวัตกรรมใหม่ (Special & New Technologies): มีรายรับเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 596.0 ล้านยูโร และพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานที่ 9.0 ล้านยูโร จากที่เคยขาดทุน 15.4 ล้านยูโรในปี 2024

‘IMPACT’ แผนกลยุทธ์ธุรกิจสิ่งพิมพ์ใหม่เพื่ออนาคต

Koenig & Bauer ได้ริเริ่มกรอบกลยุทธ์ใหม่ชื่อ ‘IMPACT’ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับตำแหน่งธุรกิจให้เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ Dr. Stephen Kimmich ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการปรับตัวในยุคที่ความผันผวนกลายเป็น “ความปกติใหม่” และเน้นย้ำถึงความสำคัญของความรวดเร็วในการปรับตัวขององค์กร (organizational responsiveness)

กรอบกลยุทธ์ ‘IMPACT’ มุ่งเน้นไปที่ 6 ด้านหลัก เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว:

  • Intelligence: การใช้ข้อมูลและความเข้าใจเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจ
  • Go-to-Market: กลยุทธ์การเข้าถึงตลาดและลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ
  • People: การลงทุนในบุคลากรและความสามารถ
  • Adaptability: ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง
  • Competitiveness: การรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน
  • Technology: การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ

บริษัทตั้งเป้าหมายรายรับในระยะกลางที่ 1.5 พันล้านยูโร และอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Operating EBITDA) อย่างน้อย 8% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ทศวรรษหน้า

แนวโน้มและเป้าหมายสำหรับปี 2026

สำหรับปี 2026 Koenig & Bauer คาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานจะยังคงมีเสถียรภาพ โดยคาดการณ์รายรับในระดับใกล้เคียงกับปี 2025 บริษัทได้ปรับแนวทางและเป้าหมายไปที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Operating EBITDA) ประมาณ 80 ล้านยูโรสำหรับปีนี้ Dr. Alexander Blum ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ได้เสริมว่า การเริ่มต้นปี 2026 ที่ดี ด้วยยอดคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งกว่าปีก่อนหน้า เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

บทเรียนสำหรับนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ในยุคแห่งความผันผวน

กรณีศึกษาของ Koenig & Bauer สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในอุตสาหกรรมที่เก่าแก่และเป็นรากฐานอย่างสิ่งพิมพ์ การปรับตัวเชิงกลยุทธ์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาว สำหรับนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ การทำความเข้าใจกลยุทธ์ธุรกิจสิ่งพิมพ์และการปรับตัวของผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับโลกเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง พวกเขาไม่เพียงแต่ลงทุนในเครื่องจักร แต่ยังรวมถึง ‘Intelligence’ และ ‘Technology’ ที่จะส่งผลต่อคุณภาพ ความรวดเร็ว และนวัตกรรมของงานพิมพ์

บทเรียนสำคัญคือ แบรนด์และนักออกแบบควรตระหนักว่าซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์กำลังเผชิญกับความท้าทายและความผันผวนระดับโลก การเลือกพันธมิตรโรงพิมพ์ที่มีวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความต่อเนื่องในการผลิต การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และความสามารถในการปรับตัวเมื่อสถานการณ์ตลาดเปลี่ยนแปลงไป นี่คือช่วงเวลาที่ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ และพิจารณาความยั่งยืนของพันธมิตรทางธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างสรรค์งานพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อนาคตได้อย่างแท้จริง

ที่มา: digitalprintermag.co.uk