Skip to content

HP เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2568: นำวัสดุรีไซเคิล 47% สู่ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ สร้างแรงบันดาลใจให้ธุรกิจและนักออกแบบ

ความยั่งยืน

ในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่คือกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญยิ่ง รายงานความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนประจำปี 2568 ของ HP Inc. ได้เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งในการผสานหลักการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการดำเนินงานและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในสัดส่วนที่สูง หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นกรณีศึกษาอันทรงคุณค่าสำหรับนักออกแบบ เจ้าของแบรนด์ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่กำลังมองหาแนวทางสู่ธุรกิจที่รับผิดชอบต่อโลก

HP: ผู้นำด้านความยั่งยืนที่จับต้องได้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสิ่งพิมพ์

บรูซ บรูสซาร์ด (Bruce Broussard) รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HP Inc. ได้เน้นย้ำว่า HP กำลังให้นิยามใหม่ของอนาคตการทำงานผ่านเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ซึ่งไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ แต่ยังมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้น การนำหลักความยั่งยืนมาเป็นหัวใจของการคิดค้นและดำเนินงาน ทำให้ HP สามารถสนับสนุนองค์กรต่างๆ ให้เติบโต สร้างโอกาสให้แก่ผู้คนและชุมชน พร้อมทั้งสร้างอนาคตที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

ตัวเลขที่สะท้อนความมุ่งมั่น: รายงานความก้าวหน้าปี 2568 ของ HP

HP ได้เผยแพร่รายงานความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนประจำปี 2568 ซึ่งตอกย้ำถึงความสำเร็จที่โดดเด่นในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับรางวัลเหรียญทองแพลทินัมจาก EcoVadis ติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ซึ่งจัดอันดับให้ HP อยู่ในกลุ่ม 1% แรกของบริษัทกว่า 100,000 แห่งทั่วโลก ความสำเร็จหลักๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • การรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์และวัสดุ: นับตั้งแต่ปี 2559 HP ได้รีไซเคิลฮาร์ดแวร์ วัสดุสิ้นเปลือง และอุปกรณ์เสริมไปแล้วกว่า 1.21 ล้านตัน ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบ
  • สัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลในอุปกรณ์: ในปี 2568 พลาสติกที่ใช้ในอุปกรณ์ของ HP เกือบหนึ่งในสาม (31%) มาจากวัสดุรีไซเคิล โดยมีการใช้พลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Plastic Content) สูงถึง 54,210 ตัน
  • วัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์: กว่า 30% ของพลาสติกที่ใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Systems และกลุ่มเครื่องพิมพ์ มาจากพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค และในปี 2568 วัสดุที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของ HP กว่า 47% จากทั้งหมด 814,000 ตัน มาจากแหล่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล หรือแหล่งหมุนเวียนได้ นอกจากนี้ 96% ของผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์สำหรับบ้านและสำนักงาน เดสก์ท็อป โน้ตบุ๊ก จอภาพ และเวิร์กสเตชันที่จัดส่งให้ลูกค้า ล้วนมีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิล
  • การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์: HP สามารถลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยรวมลง 28% ตั้งแต่ปี 2562 (คิดเป็น 16.4 ล้านตัน CO2e ในปี 2568) ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 จากการดำเนินงานทั่วโลกถึง 44%
  • การลดการใช้น้ำ: ตั้งแต่ปี 2558 HP ได้ลดการใช้น้ำประปาที่สามารถดื่มได้ (Potable Water Withdrawal) ลง 46% ทั่วทั้งการดำเนินงานทั่วโลก
  • การจัดการของเสีย: ในปี 2568 การดำเนินงานของ HP ทั่วโลกสามารถจัดการของเสียที่ไม่เป็นอันตราย (Nonhazardous Waste) และไม่ส่งไปยังหลุมฝังกลบได้ถึง 91%

บทเรียนสู่การสร้างแบรนด์รักษ์โลก: แรงบันดาลใจจาก HP

ความสำเร็จของ HP ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในความยั่งยืนนั้นเป็นไปได้และให้ผลตอบแทนในระยะยาว สำหรับนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่ม SME การนำแนวคิดนี้มาปรับใช้สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างมหาศาล:

  • เลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก: พิจารณาใช้กระดาษรีไซเคิล หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพสำหรับบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการออกแบบที่ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น
  • การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล: ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ง่ายต่อการแยกชิ้นส่วนและรีไซเคิลในตอนท้ายของวงจรชีวิต
  • สื่อสารความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม: เปิดเผยข้อมูลและสื่อสารให้ผู้บริโภครับทราบถึงความพยายามของแบรนด์ในการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความภักดี
  • ประเมินและลดผลกระทบ: ลองประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกระบวนการผลิตและขนส่ง เพื่อหาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งอาจรวมถึงการเลือกโรงพิมพ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ทิศทางใหม่สำหรับนักออกแบบและเจ้าของธุรกิจ SME

กรณีศึกษาของ HP สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่สำคัญระดับโลก นั่นคือผู้บริโภคและคู่ค้าธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การที่แบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง HP สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยตัวเลขที่ชัดเจนเช่นนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องขององค์กรใหญ่เท่านั้น แต่เป็นบทเรียนอันทรงพลังสำหรับธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอออกแบบอิสระ หรือผู้ประกอบการ SME ที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของคุณเอง การเริ่มต้นจากการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบที่คำนึงถึงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสื่อสารคุณค่าเหล่านี้สู่ลูกค้า จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และนี่คือโอกาสที่นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์จะสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังดีต่อโลกของเราด้วย

ที่มา: printinthechannel.co.uk