Skip to content

Epson ตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ด้วยรางวัล EcoVadis Platinum สองปีซ้อน

ความยั่งยืนของธุรกิจ

ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคและคู่ค้าต่างให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างจริงจัง การได้รับรางวัลระดับสากลจึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นขององค์กรได้เป็นอย่างดี ล่าสุด Epson แบรนด์ระดับโลกที่คุ้นเคยในอุตสาหกรรมการพิมพ์ ได้รับการจัดอันดับ EcoVadis Platinum ในด้านความยั่งยืนของธุรกิจติดต่อกันเป็นปีที่สอง ซึ่งตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำและการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบในทุกมิติ นี่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับทั้งนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ SME ในการมองหาแนวทางเพื่อยกระดับมาตรฐานของตนเอง

EcoVadis Platinum: มาตรฐานระดับโลกที่แบรนด์ควรจับตา

EcoVadis คือผู้ให้บริการการจัดอันดับความยั่งยืนของธุรกิจสำหรับองค์กรทั่วโลก ซึ่งมีมาตรฐานที่เข้มงวดและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง การที่ Epson ได้รับการจัดอันดับ Platinum เป็นปีที่สองติดต่อกันนั้น ถือเป็นการวางตำแหน่งให้อยู่ในกลุ่ม 1% แรกของบริษัทกว่า 130,000 แห่งที่ได้รับการประเมินทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันแข็งแกร่งในการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ในการประเมินล่าสุด Epson ได้คะแนนรวม 84 เต็ม 100 ซึ่งจัดให้อยู่ในกลุ่ม 99 เปอร์เซ็นไทล์ของทุกบริษัทที่ EcoVadis ประเมิน ผลการประเมินนี้ครอบคลุม 4 ด้านหลัก:

  • สิ่งแวดล้อม (Environment): ได้คะแนน 91
  • แรงงานและสิทธิมนุษยชน (Labour & Human Rights): ได้คะแนน 89
  • จริยธรรม (Ethics): ได้คะแนน 72
  • การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement): ได้คะแนน 77

คุณ Takanori Inaho ประธานบริษัท Epson Europe ได้กล่าวเน้นย้ำว่า “การบรรลุสถานะ EcoVadis Platinum อีกครั้ง เป็นการยอมรับที่สำคัญถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานของ Epson ที่มีต่อความยั่งยืนของธุรกิจและแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความยั่งยืนของธุรกิจได้ถูกฝังรากลึกอยู่ในปรัชญาองค์กรของ Epson และชี้นำวิธีที่บริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์ ดำเนินธุรกิจ รวมถึงการมีส่วนร่วมกับพันธมิตรและลูกค้า

กลยุทธ์และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของ Epson

กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของธุรกิจของ Epson ได้รับการชี้นำโดยวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมปี 2050 (Environmental Vision 2050) ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการเป็นบริษัทที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นลบ (carbon negative) และไม่ใช้ทรัพยากรใต้ดิน (underground resource-free) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ Epson ได้ดำเนินโครงการและนวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง:

  • การใช้พลังงานหมุนเวียน 100%: โรงงานและสำนักงานทั่วโลกของ Epson ได้เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพโลจิสติกส์: บริษัทดำเนินการริเริ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
  • การลงทุนในพลังงานสะอาด: ลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  • การจัดซื้อจัดจ้างอย่างรับผิดชอบ: ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อเสริมสร้างแนวทางปฏิบัติในการจัดหาสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบและปรับปรุงประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนของธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • การส่งเสริมแรงงานและสิทธิมนุษยชน: เสริมสร้างนโยบายด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความหลากหลายและการไม่แบ่งแยก รวมถึงสนับสนุนแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานที่มีความรับผิดชอบในการดำเนินงานทั่วโลก

ความพยายามเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Epson ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขณะที่ยังคงมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

บทเรียนจาก Epson: จุดประกายความคิดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

กรณีศึกษาของ Epson กับรางวัล EcoVadis Platinum เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความยั่งยืนของธุรกิจไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็น “ความจำเป็น” สำหรับองค์กรในทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์และนักออกแบบ การเลือกใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ วัสดุ หรือพันธมิตรทางธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน จะช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างมหาศาล

สำหรับ SME หรือสตาร์ทอัพด้านการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ แม้ว่าการได้รับรางวัลระดับโลกอาจดูห่างไกล แต่หลักการของ ESG ที่ Epson ยึดถือสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง เช่น การพิจารณาใช้หมึกพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดของเสียในกระบวนการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ หรือแม้แต่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเป็นธรรม การเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสู่ความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว และตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจโลกมากขึ้นได้อย่างแน่นอน

ที่มา: printinthechannel.co.uk