Skip to content

HP เผยรายงานชี้ขาด: ประสิทธิภาพการจัดการเอกสาร กุญแจสำคัญเร่งการเติบโตของ SME

ประสิทธิภาพการจัดการเอกสาร

ในยุคที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและเติบโต ปัญหาหนึ่งที่หลายองค์กรมักมองข้ามแต่กลับเป็นตัวฉุดรั้งประสิทธิภาพอย่างมหาศาล คือ ‘ประสิทธิภาพการจัดการเอกสาร’ ที่ล้าสมัย รายงานล่าสุดจาก HP ทั่วโลกได้ฉายภาพชัดถึง ‘Digital Friction’ หรือความติดขัดทางดิจิทัล ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ สแกน หรือการอนุมัติ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อขวัญกำลังใจพนักงานและลดทอนผลิตภาพโดยรวมของธุรกิจอย่างน่าเป็นห่วง

ปัญหาที่ SME ทั่วโลกกำลังเผชิญ: “ทำงานหนักขึ้น ไม่ได้ฉลาดขึ้น”

ผลการสำรวจจาก HP ในกลุ่มบุคลากรด้านไอที ผู้นำทางธุรกิจ และพนักงานกว่า 4,000 คน ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และอินเดีย ชี้ให้เห็นว่าระบบและกระบวนการจัดการเอกสารแบบเดิมๆ กำลังสร้างภาระอย่างมหาศาล โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การทำงานซ้ำซ้อน: พนักงานกว่า 55% รู้สึกว่าต้อง “ทำงานหนักขึ้น ไม่ได้ฉลาดขึ้น” เพราะต้องใช้เวลาไปกับการจัดการเอกสาร แทนที่จะได้ทำงานที่มีมูลค่าสูงกว่า
  • ปัญหาด้าน IT: ผู้นำ IT กว่า 60% ต้องเสียเวลาจำนวนมากไปกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากระบบที่ล้าสมัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเครื่องพิมพ์ การติดตั้งไดรเวอร์ หรือฮาร์ดแวร์เก่า
  • ผลกระทบต่อพนักงาน: ผู้นำธุรกิจกว่า 60% กังวลว่ากระบวนการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟและการลาออกของพนักงาน
  • การพิมพ์ยังจำเป็น: ผู้นำธุรกิจถึง 2 ใน 3 ยอมรับว่าการพิมพ์เอกสารยังคงจำเป็นสำหรับองค์กร แต่ก็ตระหนักว่ากระบวนการปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ
  • ผลิตภาพตกต่ำ: เกือบ 70% ของผู้นำ IT ระบุว่าประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานจะลดลงเมื่อเครื่องพิมพ์ใช้งานไม่ได้

Anneliese Olson ประธานฝ่าย Imaging, Printing & Solutions ของ HP กล่าวว่า “ธุรกิจ SME ไม่ได้มีปัญหาเพราะขาดไอเดียหรือความมุ่งมั่น แต่เพราะเทคโนโลยีที่ล้าสมัยเข้ามาขัดขวาง พนักงานและผู้นำต่างเห็นพ้องกันว่างานง่ายๆ กลับใช้เวลานานเกินไป และความหงุดหงิดนี้ก็สะสมเพิ่มขึ้น ทุกชั่วโมงที่เสียไปคือชั่วโมงที่สามารถนำไปใช้บริการลูกค้าหรือสร้างธุรกิจได้”

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่มองไม่เห็นในโลกการพิมพ์

นอกจากเรื่องประสิทธิภาพแล้ว ความปลอดภัยยังเป็นอีกหนึ่งจุดบอดที่หลายองค์กรมักละเลย รายงานระบุว่า:

  • ความเข้าใจผิดเรื่องความปลอดภัย: พนักงาน 2 ใน 3 สันนิษฐานว่าเครื่องพิมพ์ปลอดภัยเพียงเพราะเชื่อมต่อกับเครือข่ายสำนักงาน
  • ความไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง: ครึ่งหนึ่งของพนักงานไม่คิดว่าเครื่องพิมพ์เป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ซึ่งสร้างจุดบอดในกลยุทธ์ IT ของหลายองค์กร

นี่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความเข้าใจและการลงทุนในระบบที่มีความปลอดภัยครบวงจร

ทางออก: ยกระดับประสิทธิภาพการจัดการเอกสาร ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์อัจฉริยะจาก HP

รายงานจาก HP ชี้ว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทันสมัยและเชื่อมต่อถึงกัน สามารถช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการผสานงานพิมพ์เข้ากับเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้องค์กรมี ประสิทธิภาพการจัดการเอกสาร ที่ดีขึ้น โดยมีฟีเจอร์สำคัญและประโยชน์ที่น่าสนใจดังนี้:

  • การพิมพ์ผ่านคลาวด์ (Cloud Printing): ช่วยให้พนักงานสามารถสั่งพิมพ์ได้จากทุกที่ทุกเวลา ลดข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และสถานที่
  • การพิมพ์ผ่านมือถือ (Mobile Printing): ตอบโจทย์การทำงานที่คล่องตัว รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ที่พนักงานต้องเคลื่อนที่อยู่เสมอ
  • สแกนเพื่อส่งอีเมล (Scan-to-Email): เปลี่ยนเอกสารกระดาษเป็นไฟล์ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ลดขั้นตอนการทำงานแบบแมนนวล
  • การจัดรูปแบบเอกสารด้วย AI (AI-assisted Document Formatting): ช่วยให้งานเอกสารเป็นไปอย่างราบรื่น ลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลาในการจัดระเบียบ

จากผลสำรวจพบว่า 30% ของพนักงานระบุว่าโซลูชันการพิมพ์อัจฉริยะช่วยให้พวกเขาสามารถประหยัดเวลาได้มากกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ 87% เชื่อว่าเครื่องมือเหล่านี้มีส่วนช่วยให้เวิร์กโฟลว์มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างด้านความคาดหวังของคนแต่ละรุ่น โดยเฉพาะ Gen Z ที่แม้จะยังคงพิมพ์เอกสารเป็นประจำ แต่กลับแสดงความไม่พอใจสูงสุดต่อระบบที่มีอยู่ และคาดหวังว่าเทคโนโลยีในที่ทำงานจะต้องเทียบเท่ากับเครื่องมือที่เชื่อมต่อและไร้รอยต่อที่พวกเขาใช้ในชีวิตประจำวัน

มุมมองจากบรรณาธิการ: บทเรียนสำหรับนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ SME

กรณีศึกษาจากรายงาน HP ชิ้นนี้ตอกย้ำว่าการเติบโตของธุรกิจ SME ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หรือการตลาดภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพของกระบวนการภายในที่หลายครั้งถูกมองข้าม ในฐานะนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ เราควรตระหนักว่าการจัดการเอกสารที่ดี ไม่เพียงแค่ลดต้นทุนและเวลา แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ซึ่งส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์และขวัญกำลังใจของทีมงานโดยตรง เมื่อทีมงานมี ‘ประสิทธิภาพการจัดการเอกสาร’ ที่ลื่นไหล พวกเขาก็จะมีเวลาไปทุ่มเทให้กับการพัฒนาแบรนด์และการออกแบบที่มีคุณค่ามากขึ้น การลงทุนในเทคโนโลยีการพิมพ์อัจฉริยะ จึงไม่ใช่เพียงการซื้อเครื่องมือ แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และเตรียมพร้อมธุรกิจสำหรับอนาคต ที่ทุกภาคส่วนต้องทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่ออย่างแท้จริง

ที่มา: digitalprintermag.co.uk