Skip to content

CDS Print Services ลงทุนเทคโนโลยี Plockmatic ปฏิวัติงานหลังการพิมพ์ ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ

งานหลังการพิมพ์

ในโลกของอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่แข่งขันกันสูง การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยคือหัวใจสำคัญของการสร้างความได้เปรียบ ในกรณีศึกษาล่าสุด CDS Print Services ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการยกระดับขีดความสามารถด้าน งานหลังการพิมพ์ (Finishing) อย่างก้าวกระโดด ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์จาก Morgana และ Plockmatic Group ซึ่งไม่ใช่เพียงการอัปเกรดเครื่องจักร แต่เป็นการเสริมศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และส่งมอบคุณภาพที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับโรงพิมพ์ แบรนด์ และนักออกแบบที่มองหาความเป็นเลิศ

การลงทุนครั้งสำคัญเพื่อยกระดับงานหลังการพิมพ์และประสิทธิภาพการผลิต

CDS Print Services ได้สานต่อความสัมพันธ์อันยาวนานเกือบสองทศวรรษกับ Morgana ด้วยการเสริมทัพอุปกรณ์ในกลุ่ม Morgana และ Plockmatic ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องจักรหลากหลายรุ่น เพื่อรองรับงานพิมพ์ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ อาทิ เครื่องทำสมุดเล่ม (booklet maker) รุ่น BM5035/SQF3000/FTR/VFX, เครื่องตัดกระดาษ Aerocut X, เครื่องพับ DigiFold Pro XL, เครื่องเข้าเล่ม DocuBind Pro VFX, เครื่องรัดกระดาษ Band-It 50 และเครื่องตัด MOHR 80 Plus รวมถึงระบบ PowerSquare 224 พร้อมชุดป้อนกระดาษ Canon และระบบเข้าเล่มด้วยลวด RENZ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Plockmatic Group

จุดเด่นของเทคโนโลยี Morgana และ Plockmatic ที่ส่งผลต่อคุณภาพงาน

หัวใจสำคัญของการลงทุนครั้งนี้อยู่ที่ความน่าเชื่อถือของระบบและการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของโรงพิมพ์ โดยเฉพาะคุณสมบัติด้านระบบอัตโนมัติที่ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความแม่นยำ

  • ระบบควบคุมแบบหน้าจอสัมผัส (Touchscreen controls): ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนและลดระยะเวลาการเรียนรู้ของพนักงาน
  • ระบบป้อนกระดาษที่ง่ายดาย (Simplified feeding): เพิ่มความเร็วในการทำงานและลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด
  • ฟังก์ชันบันทึกงาน (Job memory functions): สามารถบันทึกการตั้งค่าสำหรับงานที่ทำบ่อยๆ ช่วยให้การเปลี่ยนงาน (changeover) เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • การเปลี่ยนงานพิมพ์รวดเร็ว (Quick changeovers): เพิ่มความยืดหยุ่นในการรับงานพิมพ์ที่หลากหลายและลดเวลาการหยุดเครื่อง

นอกจากนี้ เครื่องจักรชุดใหม่ยังมีความสามารถในการรองรับวัสดุพิมพ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ความหนา 80 แกรม ไปจนถึง 400 แกรม ครอบคลุมวัสดุหลายประเภท เช่น กระดาษไม่เคลือบ (uncoated), กระดาษอาร์ตมัน (gloss), กระดาษอาร์ตด้าน (silk), กระดาษแข็ง (board) และกระดาษ NCR ซึ่งช่วยให้โรงพิมพ์สามารถรับงานได้กว้างขวางขึ้น

ประโยชน์และผลลัพธ์ที่จับต้องได้สำหรับโรงพิมพ์

การลงทุนในเทคโนโลยี งานหลังการพิมพ์ ที่ทันสมัยนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างมหาศาลต่อการดำเนินงานของ CDS Print Services โดยสามารถสรุปประโยชน์ที่เกิดขึ้นได้ดังนี้:

  • ลดเวลาการตั้งค่าเครื่อง (Reduced setup times): ด้วยระบบอัตโนมัติที่ชาญฉลาด
  • เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทันที (Immediate productivity gains): เห็นผลได้ทันทีหลังการติดตั้ง
  • ลดของเสียจากการผลิต (Reduced waste): ลดความผิดพลาดและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น
  • คุณภาพงานตกแต่งที่สม่ำเสมอ (Consistent finishing quality): มั่นใจได้ในมาตรฐานของงานพิมพ์ทุกชิ้น
  • เพิ่มปริมาณงานที่ผลิตได้ (Increased throughput): สามารถรองรับงานได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม
  • ลดการทำงานด้วยมือ (Reduced manual handling): ลดภาระงานของพนักงานและลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์
  • ใช้ประโยชน์จากเครื่องพิมพ์ได้เต็มที่ (Higher printer utilisation): โดยเฉพาะระบบการพิมพ์หลักอย่าง Canon imagePRESS ทำให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุด

มิติใหม่ของการบริหารจัดการบริการหลังการขาย

CDS Print Services ยังได้แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการบริหารจัดการด้วยการรวมสัญญาบริการสำหรับอุปกรณ์ งานหลังการพิมพ์ 21 ฉบับเข้าไว้ในสัญญาเดียวแบบคงที่เป็นระยะเวลา 3 ปี กับ Morgana ซึ่งเป็นรูปแบบของความร่วมมือที่แท้จริง ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกิดความมั่นคงด้านต้นทุน แต่ยังสร้างความมั่นใจว่าระบบการผลิตหลักจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากผู้ผลิต โดยจะมีวิศวกรมาให้บริการถึงที่ปีละหนึ่งครั้ง แทนที่จะต้องจัดการกับหลายสัญญาและตารางเวลาที่ซับซ้อน

บทเรียนจากกรณีศึกษา: มุ่งสู่ความเป็นเลิศในงานหลังการพิมพ์

กรณีศึกษาของ CDS Print Services เป็นเครื่องยืนยันว่าการลงทุนในเทคโนโลยี งานหลังการพิมพ์ ที่เหมาะสมนั้น มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจการพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพ์ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยไม่เพียงแค่ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นไปที่การควบคุมคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น สำหรับนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ การทำความเข้าใจขีดความสามารถของเทคโนโลยีงานหลังการพิมพ์ใหม่ๆ จะช่วยเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ในการออกแบบแพ็กเกจจิ้ง หรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่โดดเด่นและมีมูลค่าเพิ่ม ที่สำคัญคือการพิจารณาเลือกพันธมิตรโรงพิมพ์ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการบริหารจัดการบริการหลังการขายที่ดี ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความมั่นใจในคุณภาพและเสถียรภาพของการผลิตในระยะยาว

ที่มา: digitalprintermag.co.uk