Skip to content

แคนนอนและเทยิน เปิดมิติใหม่การวัดคาร์บอนจากพลาสติก ชี้แนวทางลดโลกร้อนในอุตสาหกรรมพิมพ์

การวัดคาร์บอน

ในโลกธุรกิจที่ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ การวัดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างแม่นยำคือสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนของอุตสาหกรรมผลิตและสิ่งพิมพ์ ล่าสุด Canon Inc. ได้ร่วมมือกับ Teijin Limited ในการบุกเบิกกรอบการทำงานใหม่เพื่อการการวัดคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตพลาสติกบริสุทธิ์ โดยใช้ข้อมูลจริงจากซัพพลายเออร์ ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่สำคัญสำหรับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ปัญหาเดิมกับการวัดคาร์บอนในวัสดุพลาสติก

ที่ผ่านมา การคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับวัสดุพลาสติกทั่วไปมักอาศัยค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม (industry-average emission factors) ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญ เพราะทำให้ยากที่จะสะท้อนความพยายามในการลดการปล่อยมลพิษของซัพพลายเออร์แต่ละรายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ สิ่งนี้ส่งผลให้แบรนด์และผู้ผลิตไม่สามารถประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ตนเอง และไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลดโลกร้อนได้อย่างเต็มศักยภาพ

นวัตกรรม “SuMPO EPD” โดยแคนนอนและเทยิน: การวัดคาร์บอนที่แม่นยำยิ่งขึ้น

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ แคนนอนและเทยินได้ทำงานร่วมกับ SuMPO (Sustainable Management Promotion Organization) ภายใต้โครงการ SuMPO Environmental Label Program เพื่อพัฒนาแนวทางและกรอบการคำนวณการปล่อย CO₂ โดยใช้วิธีการประเมินวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment หรือ LCA) ที่เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14025 ซึ่งนำไปสู่การรับรอง SuMPO Environmental Product Declaration (SuMPO EPD) เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นสำหรับหมวดหมู่นี้

จุดเด่นของแนวทางใหม่ในการการวัดคาร์บอนนี้ ได้แก่:

  • การใช้ข้อมูลปฐมภูมิจากซัพพลายเออร์โดยตรง: แทนที่จะใช้ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เทยินได้คำนวณการปล่อย CO₂ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุพลาสติก โดยใช้ข้อมูลการดำเนินงานจริง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มความแม่นยำ
  • มาตรฐานระดับสากล ISO 14025: กรอบการทำงานนี้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 14025 ทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก
  • ความโปร่งใสและตรวจสอบได้: ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ที่ลงทะเบียนภายใต้ SuMPO EPD จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบ
  • กรอบการคำนวณที่ได้มาตรฐาน (Product Category Rule – PCR): มีการกำหนดกฎการคำนวณ CO₂ ที่ชัดเจนสำหรับวัสดุพลาสติกบริสุทธิ์ ทำให้บริษัทอื่น ๆ สามารถนำไปใช้คำนวณโดยใช้ข้อมูลปฐมภูมิได้เช่นกัน

กรณีศึกษา: พลาสติกบริสุทธิ์และเครื่องพิมพ์ Canon imagePRESS

ความสำเร็จนี้เห็นได้ชัดเจนจากกรณีของเทยินที่ได้ลงทะเบียน SuMPO EPD แรกในหมวดหมู่วัสดุพลาสติกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และแคนนอนได้นำข้อมูลการปล่อยก๊าซปฐมภูมิของวัสดุพลาสติกเหล่านี้ไปรวมอยู่ในการคำนวณ CO₂ ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์เพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์ของตนเอง ได้แก่ รุ่น imagePRESS V900 และ imagePRESS V800 ซึ่งต่อมาได้ลงทะเบียนและเปิดเผย SuMPO EPD ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้สู่สาธารณะ

ก้าวต่อไปของแคนนอน: ขยายผลสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน

ด้วยความสำเร็จครั้งนี้ แคนนอนยังคงมุ่งมั่นที่จะลงทุนและส่งเสริมความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืน โดยจะขยายขอบเขตของการคำนวณการปล่อย CO₂ โดยใช้ข้อมูลปฐมภูมิไปยังวัตถุดิบและส่วนประกอบอื่น ๆ นอกเหนือจากหมวดหมู่วัสดุพลาสติก ผ่านความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้การคำนวณการปล่อยมลพิษเป็นไปตามข้อมูลการดำเนินงานจริง

การขยายการใช้ข้อมูลปฐมภูมิจากซัพพลายเออร์ไปยังผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ จะช่วยให้แคนนอนสามารถขับเคลื่อนการลดคาร์บอน (decarbonisation) ไปทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น

มุมมองบรรณาธิการ: บทเรียนเพื่อแบรนด์และนักออกแบบ

กรณีศึกษานี้จากแคนนอนและเทยินแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่สำคัญในอุตสาหกรรม นั่นคือการให้ความสำคัญกับข้อมูลปฐมภูมิที่แม่นยำในการวัดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม นี่คือบทเรียนที่แบรนด์และนักออกแบบไม่ควรมองข้าม การเลือกใช้วัสดุที่มาพร้อมกับข้อมูลการปล่อยคาร์บอนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ และตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการ SME และโรงพิมพ์ นี่คือสัญญาณที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การทำความเข้าใจและเรียกร้องข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่แม่นยำจากซัพพลายเออร์จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน และการเลือกใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่สนับสนุนการลดคาร์บอนก็จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวอย่างแน่นอน

ที่มา: printinthechannel.co.uk